Why Breastfeeding? & The risk of not breastfeeding
เป็นที่ทราบกันดีว่านมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เนื่องจากนมแม่นั้นเป็นทั้งอาหารและเป็นภูมิคุ้มกันแรกที่ลูกจะได้รับจากแม่ จะเรียกได้ว่านมแม่นั้นเป็นของขวัญชิ้นแรกที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถมอบให้ลูกน้อยเลยก็ว่าได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลา 6 เดือนและกินนมแม่ร่วมกับอาหารตามวัยต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี การให้นมแม่นั้นมีประโยชน์ทั้งต่อมารดาและทารกในด้านสติปัญญาและสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในบทความนี้หมออยากจะอธิบายว่าทำไมองค์กรด้านสุขภาพต่างๆ ถึงพยายามรณรงค์ให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และประโยชน์ที่เราจะสูญเสียไปหากเราให้ทารกกินนมผสมเป็นหลัก
ผลดีต่อสุขภาพทารก
- ลดโอกาสติดเชื้อ พบว่าทารกที่กินนมผสมมีโอกาสติดเชื้อในช่วงขวบปีแรกมากกว่าทารกที่กินนมแม่ ซึ่งกลไกการป้องกันการติดเชื้อในทารกที่กินนมแม่สามารถอธิบายได้จากในนมแม่มีสารที่ป้องกันการจับของเชื้อโรคต่อทางเดินหายใจและทางเดินอาหารของทารก มารดาสามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่เฉพาะเจาะจงต่อสิ่งแวดล้อมของมารดาและทารกในขณะนั้นและส่งผ่านภูมิคุ้มกันนั้นมายังทารก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆปัจจัยที่ทำให้ทารกที่กินนมแม่มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าทารกที่กินนมผสม โดยการติดเชื้อที่เห็นชัดเจนว่านมแม่สามารถป้องกันได้มีดังนี้
| การติดเชื้อเฉพาะที่ | โอกาสติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น (เท่า) | 95% confidence interval |
| หูชั้นกลางอักเสบ | 2 | 1.4-2.8 |
| ทางเดินหายใจส่วนล่าง | 3.6 | 1.9-7.1 |
| ทางเดินอาหาร | 2.8 | 2.4-3.1 |
- ลดโอกาสการเกิดภาวะอ้วนและโรคทางเมทาบอลิก เช่น เบาหวาน
- ผลต่อการพัฒนาของระบบประสาท หลายๆ การศึกษาพบว่าทารกที่กินนมแม่มักมีพัฒนาการที่ดีกว่าทารกที่กินนมผสมเนื่องจากในนมแม่ยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่นอกจากสารอาหารหลักทำหน้าที่ในการช่วยพัฒนาสมองลูกน้อย ในปัจจุบันนั้นเราจะพบโฆษณาชวนเชื่อมากมายที่พยายามบอกว่ามีการเติมสารบางอย่างลงไปในนมผสมเพื่อทำให้ลูกน้อยมีความฉลาดเฉลียว แต่จริงๆ แล้วสารที่ได้รับการเติมเข้าไปนั้นล้วนมีต้นแบบมาจากสารอาหารในนมแม่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น oligosacharide, DHA หรือ LC-PUFA เป็นต้น คุณแม่สามารถมั่นใจว่าหากทารกได้รันมแม่นั้นจะไม่ด้อยไปกว่าการกินนมผสมอย่างแน่นอน
- ลดอัตราการตายในขวบปีแรก
ผลดีต่อสุขภาพมารดา
- ระยะสั้น ขณะให้นมมีการหลั่งของฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า oxytocin ซึ่งจะช่วยทำให้มดลูกมารดาเข้าอู่เร็วขึ้น และสามารถลดการตกเลือดในมารดาได้ นอกจากนี้ยังทำให้มารดาสามารถลดน้ำหนักหลังคลอดได้ดีกว่ามารดาที่ไม่ได้ให้ทารกกินนมบุตร
- ระยะยาว
- การเกิดมะเร็งกับการให้นมบุตร มีการศึกษาพบว่ามารดาที่เคยให้นมบุตรมีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านมน้อยกว่าหญิงที่ไม่เคยให้นมบุตรเลย
- ผลต่อภาวะเมทาบอลิสซึ่มของมารดา โดยพบว่ามารดาที่ให้นมบุตรมีแนวโน้มในการเกิดภาวะเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงหรือความดันโลหิตสูงน้อยกว่ามารดาที่ไม่เคยให้นมบุตร อย่างไรก็ตามการเกิดโรคเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยจึงยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนถึงผลของการให้นมบุตรต่อโรคระยะยาวเหล่านี้
จากที่กล่าวมาข้างต้นคงจะทำให้เห็นภาพมากขึ้นว่าหารกทารกไม่ได้รับนมแม่นั้นนอกจากราคาของนมผสมที่เราจะต้องจ่ายแล้ว สิ่งที่เราจะต้องจ่ายเพิ่มคือสุขภาพของทารกและมารดาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงเป็นเหตุผลที่ว่าการส่งเสริมทารกให้ได้รับนมแม่นั้นควรเป็นหน้าที่ของทุกคนมิใช่เฉพาะมารดา ครอบครัวหรือบุคลากรทางการแพทย์
พญ.สุดาทิพย์ โฆสิตะมงคล
กุมารแพทย์ ทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์