Messenger

Why Breastfeeding? & The risk of not breastfeeding

27 Jan 2021
1433
1
1
0

       เป็นที่ทราบกันดีว่านมแม่เป็นอาหารที่ดีที่สุดสำหรับทารก เนื่องจากนมแม่นั้นเป็นทั้งอาหารและเป็นภูมิคุ้มกันแรกที่ลูกจะได้รับจากแม่ จะเรียกได้ว่านมแม่นั้นเป็นของขวัญชิ้นแรกที่คุณพ่อคุณแม่จะสามารถมอบให้ลูกน้อยเลยก็ว่าได้ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้แนะนำให้ทารกกินนมแม่อย่างเดียวเป็นเวลา 6 เดือนและกินนมแม่ร่วมกับอาหารตามวัยต่อเนื่องอย่างน้อย 2 ปี การให้นมแม่นั้นมีประโยชน์ทั้งต่อมารดาและทารกในด้านสติปัญญาและสุขภาพทั้งในระยะสั้นและระยะยาว ในบทความนี้หมออยากจะอธิบายว่าทำไมองค์กรด้านสุขภาพต่างๆ ถึงพยายามรณรงค์ให้มารดาเลี้ยงลูกด้วยนมแม่และประโยชน์ที่เราจะสูญเสียไปหากเราให้ทารกกินนมผสมเป็นหลัก

ผลดีต่อสุขภาพทารก

  1. ลดโอกาสติดเชื้อ พบว่าทารกที่กินนมผสมมีโอกาสติดเชื้อในช่วงขวบปีแรกมากกว่าทารกที่กินนมแม่ ซึ่งกลไกการป้องกันการติดเชื้อในทารกที่กินนมแม่สามารถอธิบายได้จากในนมแม่มีสารที่ป้องกันการจับของเชื้อโรคต่อทางเดินหายใจและทางเดินอาหารของทารก มารดาสามารถสร้างภูมิคุ้มกันที่เฉพาะเจาะจงต่อสิ่งแวดล้อมของมารดาและทารกในขณะนั้นและส่งผ่านภูมิคุ้มกันนั้นมายังทารก นอกจากนี้ยังมีอีกหลายๆปัจจัยที่ทำให้ทารกที่กินนมแม่มีโอกาสติดเชื้อน้อยกว่าทารกที่กินนมผสม โดยการติดเชื้อที่เห็นชัดเจนว่านมแม่สามารถป้องกันได้มีดังนี้
    การติดเชื้อเฉพาะที่โอกาสติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น (เท่า)95% confidence interval
    หูชั้นกลางอักเสบ21.4-2.8
    ทางเดินหายใจส่วนล่าง3.61.9-7.1
    ทางเดินอาหาร2.82.4-3.1
  2. ลดโอกาสการเกิดภาวะอ้วนและโรคทางเมทาบอลิก เช่น เบาหวาน
  3. ผลต่อการพัฒนาของระบบประสาท หลายๆ การศึกษาพบว่าทารกที่กินนมแม่มักมีพัฒนาการที่ดีกว่าทารกที่กินนมผสมเนื่องจากในนมแม่ยังมีสารอาหารอื่นๆ ที่นอกจากสารอาหารหลักทำหน้าที่ในการช่วยพัฒนาสมองลูกน้อย ในปัจจุบันนั้นเราจะพบโฆษณาชวนเชื่อมากมายที่พยายามบอกว่ามีการเติมสารบางอย่างลงไปในนมผสมเพื่อทำให้ลูกน้อยมีความฉลาดเฉลียว แต่จริงๆ แล้วสารที่ได้รับการเติมเข้าไปนั้นล้วนมีต้นแบบมาจากสารอาหารในนมแม่ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น oligosacharide, DHA หรือ LC-PUFA เป็นต้น คุณแม่สามารถมั่นใจว่าหากทารกได้รันมแม่นั้นจะไม่ด้อยไปกว่าการกินนมผสมอย่างแน่นอน
  4. ลดอัตราการตายในขวบปีแรก

ผลดีต่อสุขภาพมารดา

  1. ระยะสั้น ขณะให้นมมีการหลั่งของฮอร์โมนชนิดหนึ่งที่เรียกว่า oxytocin ซึ่งจะช่วยทำให้มดลูกมารดาเข้าอู่เร็วขึ้น และสามารถลดการตกเลือดในมารดาได้ นอกจากนี้ยังทำให้มารดาสามารถลดน้ำหนักหลังคลอดได้ดีกว่ามารดาที่ไม่ได้ให้ทารกกินนมบุตร
  2. ระยะยาว
    • การเกิดมะเร็งกับการให้นมบุตร มีการศึกษาพบว่ามารดาที่เคยให้นมบุตรมีแนวโน้มที่จะเกิดมะเร็งรังไข่และมะเร็งเต้านมน้อยกว่าหญิงที่ไม่เคยให้นมบุตรเลย
    • ผลต่อภาวะเมทาบอลิสซึ่มของมารดา โดยพบว่ามารดาที่ให้นมบุตรมีแนวโน้มในการเกิดภาวะเบาหวาน ไขมันในเลือดสูงหรือความดันโลหิตสูงน้อยกว่ามารดาที่ไม่เคยให้นมบุตร อย่างไรก็ตามการเกิดโรคเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัยจึงยังไม่สามารถสรุปได้อย่างชัดเจนถึงผลของการให้นมบุตรต่อโรคระยะยาวเหล่านี้


      จากที่กล่าวมาข้างต้นคงจะทำให้เห็นภาพมากขึ้นว่าหารกทารกไม่ได้รับนมแม่นั้นนอกจากราคาของนมผสมที่เราจะต้องจ่ายแล้ว สิ่งที่เราจะต้องจ่ายเพิ่มคือสุขภาพของทารกและมารดาทั้งในระยะสั้นและระยะยาว จึงเป็นเหตุผลที่ว่าการส่งเสริมทารกให้ได้รับนมแม่นั้นควรเป็นหน้าที่ของทุกคนมิใช่เฉพาะมารดา ครอบครัวหรือบุคลากรทางการแพทย์


 พญ.สุดาทิพย์ โฆสิตะมงคล
กุมารแพทย์ ทารกแรกเกิด โรงพยาบาลธรรมศาสตร์


1 Comments :

เว็บไซต์นี้ใช้คุกกี้

เราใช้คุกกี้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ หากคุณยังคงใช้ไซต์นี้ต่อไปหมายความว่าคุณยอมรับข้อกำหนดและเงื่อนไขและนโยบายความเป็นส่วนตัว.

ยอมรับ รายละเอียด
Copyright © ThaiBF All Rights Reserved.